เวอร์ชันเต็ม: [-- ประวัติพระครูถาวรวิริยคุณ (หลวงพ่อคง ฐิตวิริโย) --]

วัดแก่งกระจาน -> วัดเขากลิ้ง -> ประวัติพระครูถาวรวิริยคุณ (หลวงพ่อคง ฐิตวิริโย) [สั่งพิมพ์] เข้าสู่ระบบ -> ลงทะเบียน -> ตอบกลับ -> ตั้งกระทู้

watkaeng 26-09-2012 17:11

ประวัติพระครูถาวรวิริยคุณ (หลวงพ่อคง ฐิตวิริโย)

[attachment=6050]

หลวงพ่อคง  ฐิตวิริโย ( พระครูถาวรวิริยคุณ )    เดิมท่านชื่อ  คง  โยมบิดาชื่อ  นายคุ่ม  โยมมารดาชื่อนางแม้น  ในสกุล  แก่นไม้อ่อน        เกิดที่บ้านบางพลับน้อย ต.บางพลับ  อ.สองพี่น้อง     จ. สุพรรณบุรี     มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน  ๔  คน  คือ     ๑.นายคลิ้ม  แก่นไม้อ่อน ( ถึงแก่กรรม )  ๒. พระครูถาวรวิริยคุณ  (คงแก่นไม้อ่อน )  ๓. นางสาคร  (ถึงแก่กรรม )  ๔.  นางอัมพร  แก่นไม้น้อย   ( ถึงแก่กรรม )   ในปัจจุบันเหลือหลวงพ่อคงเพียงองค์เดียว       นอกจากนั้นได้ถึงแก่กรรมหมดแล้วเมื่อหลวงพ่อคงเกิดได้  ๖  ปี  ทางครอบครัวก็ได้ย้ายจากจังหวัดสุพรรณบุรีมาอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี      เพราะเป็นถิ่นฐานเดิมของโยมพ่อ    โดยมาอยู่กับย่าพลอย      ซึ่งเป็นแม่แท้ๆของโยมพ่อ  คือนายคุ่ม   แก่นไม่อ่อนให้ความดูแลอบรมพร้อม    ทั้งให้การศึกษาด้วยหลังย้ายมาอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรีแล้วท่านก็ได้เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศโรงเรียนนี้จะอยู่ใกล้  ๆ  กับ  วัดชีประชาอินทร์     อ.เมือง   จ.เพชรบุรีเรียนอยู่ที่โรงเรียนนี้ได้๒ปีก็ต้องย้ายออกเนื่องด้วยโยมอาเขยซึ่งเป็นสามีอาผู้หญิงของหลวงพ่อคงนั้นพร้อมกับย่าต้องย้ายไปรับราชการที่จังหวัดภูเก็ต      อาเขยผู้นี้รับราชการเป็นนายตำรวจมียศและตำแหน่งเป็นนายพันตำรวจตรี     ผู้บังคับกองเมือง    จ.เพชรบุรี    โยมย่าพลอยจึงได้ส่งไปอยู่กับพระที่วัดปากท่อ จ.ราชบุรี        ซึ่งพระองค์ความคุ้นเคยรู้จักกับโยมพลอยเป็นอย่างดี หลวงพ่อได้อยู่กับพระอาจารย์ที่วัดปากท่ออยู่ ๓ ปี พร้อมกับเรียนหนังสือไปด้วยต่อมาอีกไม่นานโยมย่าของท่านได้มารับไปอยู่ที่ภูเก็ตอยู่ในความอุปการะของย่าพลอยตามเดิม       แต่อยู่ได้ไม่นานร่มโพธิ์ร่มไทรไทยก็ได้ล้มลง คือคุณย่าพลอย แก่นไม้อ่อน       ถึงแก่กรรมลงด้วยอหิวาตกโรค     ทำให้ชีวิตของหลวงพ่อในวัยเด็กต้องเคว้งคว้าง  ไร้จุดหมายปลายทางของชีวิตเมื่อความทราบถึงปู่ที่บ้านกุ่ม เพชรบุรี  ว่าหลานประสบกับความลำบาก   จึงได้ลงไปภูเก็ต     และรับมาอยู่ในความดูแลของท่านที่บ้านปากคลองกุ่ม   ช่วยปู่ทำนา ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมมาของปู่  ในขณะนั้นหลวงพ่อคงมีอายุได้ประมาณ  ๑๓-๑๔  ปี     แล้วช่วยปู่ทำนาอยู่  ๒  ปี  หลังจากนั้นท่านได้ย้ายไปอยู่ที่    อ.ท่ายาง  จ.เพชรบุรี  โดยปู่นำท่านไปฝากกับครูใหญ่โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง (ไสค้าน)   ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง  จ.เพชรบุรี  ครูใหญ่ท่านนี้ได้   ทำธุระในการศึกษาให้  โดยให้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุงแห่งนี้  จนกระทั่งจบการศึกษาชั้นประถมปีที่  ๔
         หลังจากที่หลวงพ่อคงได้เรียนจบการศึกษาชั้นประถมปีที่  ๔  แล้ว  ในขณะที่เริ่มเป็นหนุ่มรุ่นกระทงมีร่างกายแข็งแรง  จึงได้อยู่ช่วยปู่ทำนา  จนอายุครบ  ๒๑  ปี  ปู่เห็นว่าอายุก็บรรลุถึงการอุปสมบทได้แล้วสมควร ที่เข้าหารสพระธรรมได้แล้ว  นำเอาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาขัดเกลาจิตใจให้สมกับที่ได้เกิดมาเป็นชายได้พบพระพุทธศาสนาแล้ว
    คุณปู่ได้นำนายคง  แก่นไม้อ่อน (ในปัจจุบันพระครูถาวรวิริยคุณ) ไปเข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดราษฎร์บำรุง(ไสค้าน)
ต.ท่ายาง  อ.ท่ายาง  จ.เพชรบุรี  ...โดยฝากให้อยู่ในความอุปถัมภ์ของหลวงตาเสริม    ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส       พิธีอุปสมบทในครั้งนี้ของนายคง  แก่นไม้อ่อน  ได้มีพระครูสุนทรธรรมวงศ์  (เดชา)  สนฺทโร  เป็นพระอุปัชฌาย์
    หลังจากที่พระคง  แก่นไม้อ่อน  ได้บวชแล้วก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัยอยู่ในสำนักเรียนแห่งนี้    จงกระทั่งเข้าสอบธรรมสนามหลวง  ได้นักธรรมชั้นตรี   อันเป็นนวกภูมิ    ต่อมาได้เรียนและศึกษาพระธรรมวินัยพุทธประวัติเรียงความแก้กระทู้ธรรมจนมีความรู้ว่าจะสอบได้   ท่านจึงสมัครเข้าสอบนักธรรมชั้นโท  ในภาคสนามหลวง   และผลปรากฏว่าท่านสอบได้นักธรรมชั้นโท       อันเป็นมัชฉิมภูมิของนักธรรมด้านปริยัติ  แต่ด้วยบุญกุศลที่ทำมาน้อยในเพศสมณะหรือย่างไรไม่ทราบได้ท่านเกิด  นิพพิทาความเบื่อหน่ายในเพศบรรพชิต     จึงได้ไปกราบลาพระอุปัชฌาย์กรรมวาจาจารย์  และหลวงตาเสริมผู้อุปการะมาแต่ต้น    ขอลาสิกขาออกไปเป็นเพศฆราวาส       ครองความเป็น “ คิหิภาวะ”   ตามหน้าที่ของผู้ครองเรือน  ต่อมาท่านได้ไปพบกับสาวสวยที่ต้องตาต้องใจกัน จึงได้สู่ขอตบแต่งมาเป็นภรรยา  ...จนมีบุตรด้วยกัน  ๓  คน (ปัจจุบันมีชีวิตอยู่ ๒คน)ชีวิตของความเป็นคฤหัสถ์ถึงพร้อมบริบูรณ์สมบูรณ์แล้ว ได้รับรู้รสของชีวิตแล้วที่คลุกเคล้ากันตามกฎแห่งอนิจจัง    ดุจเดียวกับครั้งที่พระพุทธองค์ยังครองชีวิตเป็นเจ้าชายสิทธัตถะที่ครองชีวิตจนมีพระโอรสคือพระราหุลกุมาร    ที่ทรงประสูติแต่นางยโสธราพิมพา     ผู้เป็นเอกอัครมเหสี    จนกระทั่งเกิดความเบื่อหน่ายในโลกิยสุขทั้งปวงคิดออกแสวงหาโมกขธรรมคือพระนิพพานเป็นที่หวังในเบื้องหน้า
นายคง    แก่นไม้อ่อน     ก็ได้รับประสบการณ์ชีวิตแห่งความเป็นผู้ครองเรือนโดยพร้อมแล้วไม่ว่าจะเป็นภรรยาและบุตร  ท่านก็ได้มอบทรัพย์สมบัติเท่าที่มีให้กับภรรยาและบุตรทั้ง    ๓    คนให้ดูแลรักษากันต่อไป      ตัวท่านเองจะหันหน้าเข้าหารสพระธรรมร่มของพระศาสนาเพื่อบำเพ็ญวัตรปฎิบัติของผู้ถือพรหมจรรย์ต่อไป  ทางภรรยาและบุตรก็อนุญาตให้ตามที่ท่านปรารถนา
     ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือภาคชีวิตตั้งแต่ปฐมวัย      จนถึงความเป็นหนุ่มได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุในครั้งแรกอยู่    ๒  พรรษา     แล้วลาสิกขาออกไปมีครอบครัวอยู่  ๒๐   ปี   จึงได้  กลับมาอุปสมบทใหม่เป็นทุติยบรรพชาอุปสมบทครั้งที่     ๒ ซึ่งจะได้พรรณนาภาคชีวิตของท่านต่อไป
    นายคง   แก่นไม้อ่อน  เกิดเมื่อวันพุธที่  ๑๙  กันยายน  พ.ศ.๒๔๖๖  ตรงกับวันขึ้น  ๑๐  ค่ำ  เดือน  ๑๐  จ.ศ.๑๒๘๕  ร.ศ.๑๔๒  ปีกุน     เบญจศกเป็นอธิกมาส      ปกติวาร  อธิกสุรทิน    ได้อุปสมบทครั้งที่   ๒  เมื่ออายุได้  ๔๑  ปี  ณ  พัทธสีมาวัดตำหรุ  อ.บ้านลาด  จ.เพชรบุรี  โดยมีพระครูญาณประยุติ  (หลวงพ่อเรียน  หรือหลวงพ่อแก่ที่คนทั่วไปใช้เรียกกัน)  เป็นพระอุปัชฌาย์       พระครูใบฎีกาสมบุญ  วัดตำหรุ    เป็นพระกรรมวาจาจารย์ในปีพ.ศ.๒๕๐๗  ได้รับฉายาว่า  ฐิตวิริโย  แปลว่า  “ผู้มีความเพียรเป็นที่ตั้ง” หลังจากที่ได้อุปสมบทแล้ว   พระภิกษุคงก็ได้อยู่ปฏิบัติพระอุปัชฌาย์วัตรและอาจาริยวัตร  พร้อมกับได้ศึกษาพระธรรมวินัยต่อจากที่ท่านเคยบวชในครั้งแรก      พระภิกษุได้อยู่ที่วัดตำหรุ  
อ.บ้านลาด  จ.เพชรบุรีนี้  อยู่  ๑  พรรษา  เมื่อออกพรรษารับกฐิน  และสอบธรรมสนามหลวงแล้ว  พระภิกษุคง  ฐิตวิริโย    ได้เข้าไปเรียนศึกษาทางด้านพระอภิธรรมที่วิทยาจิตภาวัน    อ.บางละมุง  จ.ชลบุรี  โดยมีท่านเจ้าคุณพระเทพกิตติวรคุณ         (กิตฺติ  วุฑฺโฒ  ภิกฺขุ)  เป็นประธานในการศึกษาครั้งนี้       การศึกษาพระอภิธรรมในครั้งนี้เป็นการศึกษาทางด้านจิต          ซึ่งเป็นพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงนำไปเทศนาสั่งสอนให้กับพุทธมารดาในชั้นดาวดึงส์เทวโลกเป็นครั้งแรก  เรียกว่า  “พระอภิธรรม”เมื่อหลวงพ่อคง  ฐิตวิริโย  ได้เรียนรู้วิชาการทางจิตแล้ว
    เจริญพุทธานุสติ  ธรรมานุสติ    และสังฆานุสติ      เป็นอารมณ์ในการท่องธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพร    ตั้งแต่  ชลบุรี     ฉะเชิงเทรา     นครปฐม       ราชบุรี  กาญจนบุรี   จนกระทั่งมาถึงเพชรบุรี  อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของท่านเอง     เมื่อเดินทางมาถึง ต.แก่งกระจานได้ปักกลดตรงบริเวณป่าไผ่บริเวณที่เป็นวัดอยู่ในเวลานั้นในเวลากลางคืน  ได้นั่งบำเพ็ญเพียรทางจิตอยู่ภายในกลด  จนถึงเวลาเที่ยงคืน  ได้เวลาจำวัดในคืนนี้มาฝันไปว่าตัวท่านเองได้เดินแบกกลดไปในป่าถึงบริเวณแม่น้ำแห่งหนึ่งมีช้างเดินตามท่านมาด้วย   ๓  เชือก     ในความฝันท่านเดิน
ข้ามแม่น้ำที่ลึกนั้นไปโดยไม่จม     พร้อมกันนั้นช้างทั้ง    ๓    เชือก    นั้นก็เดินข้ามมาด้วย  โดยไม่จมเช่นกัน   จนกระทั้งตกใจตื่น   ท่านได้นั่งคิดตรึกตรองถึงความฝันนั้นอยู่หลายวันก็แก่ไม่ตกไม่รู้ว่าความฝันนั้นหมายถึงอะไร     จนกระทั่งหลวงพ่อคงเดินทางไปกราบเรียนอุปัชฌาย์ของท่าน      คือ  พระครูญาณประยุต
( หลวงพ่อเรียน  )     เมื่อหลวงพ่อเรียนได้รับการเล่าจากหลวงพ่อคงแล้ว     ท่านก็ทำนายความฝันนั้นให้ว่า  “คุณคง  คุณจะทำป่าตรงนั้นให้เป็นวัดขึ้นได้ในอนาคต     แม้จะยากแสนยากอย่างไรก็จะประสบผลสำเร็จดุจดังที่คุณได้ข้ามแม่น้ำนั้นมาได้โดยปราศจากอุปสรรคใด ๆ  ส่วนช้างที่ข้ามมาด้วยนั้นคือบริวารผู้ที่จะให้การสนับสนุนให้สำเร็จ”   หลวงพ่อคงก็ได้กราบพระอุปัชฌาย์แล้วกล่าวคำว่า   “สาธุ”    รับเอาคำพรที่พระอุปัชฌาย์ทำนายไว้ตลอดมาเองไว้ในใจจนกระทั่งหลวงพ่อคงท่านได้ลงมือสร้าง สำนักสงฆ์ขึ้นครั้งแรกเมื่อพ.ศ.  ๒๕๑๓   ต่อมาหลวงพ่อคงได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถจนแล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๕ และได้รับการประกาศแต่งตั้งให้เป็นวัดโดยกรมการศาสนาอย่างเป็นทางการ  เมื่อวันที่  ๒๔ กรกฎาคม  ๒๕๒๘  พร้อมกันนั้นได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เมื่อวันที่  ๒๓  เมษายน  ๒๕๒๙  เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน  รอยู่แต่การจัดงานฝังลูกนิมิตผูกพัทธสีมาเท่านั้น
    นับว่าคำพยากรณ์ของพระอุปัชฌาย์ของท่านคือ  พระครูญาณประยุต  (หลวงพ่อเรียน)  ทำนายไว้ได้อย่างถูกต้องแม่นยำโดยที่หลวงพ่อเรียนได้ทำนายความฝันของพระภิกษุคง  ฐิตวิริโย   เอาไว้เมื่อพ.ศ.  ๒๕๐๙  เมื่อครั้งที่นำไปเล่าความฝันนั้นให้พระอุปัชฌาย์ของท่านฟัง  พระครูญาณประยุตได้ทำนายว่า...”คุณคง  คุณจะทำป่าตรงนั้นให้เป็นวัดขึ้นได้ในอนาคตแม้จะยากแสนยากอย่างไรก็จะประสบผลสำเร็จดุจดังที่คุณได้ข้ามแม่น้ำด้วยการเดินบนผิวน้ำได้โดยไม่จมและไม่มีอุปสรรคใดๆ  ส่วนช้างที่ข้ามมาด้วยนั้นคือบริวารที่จะให้การสนับสนุนจนสำเร็จ”
    จากการที่หลวงพ่อคง  ฐิตวิริโยเป็นผู้มีความวิริยะอุตสาหะในการทำนุบำรุงพระศาสนาด้วยดีตลอดมาท่านจึงได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งฐานาของท่านเจ้าคุณเทพฯ  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร  ที่พระครูสังฆรักษ์  ต่อมาได้รับพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่ “  พระครูถาวรวิริยคุณ”  จากชั้นโทเลื่อนเป็นพระครูชั้นเอกในชื่อพระราชทินนามเดิม  และได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์       ทำหน้าที่กุลบุตรผู้ที่เข้ามาขอบวชในบวรพระ พุทธศาสนาจนถึงปัจจุบัน

เรียบเรียงโดยพระครูวิจักษวัชรธรรม เจ้าคณะตำบลวังจันต์
อนุโมทนาการเอื้อเฟื้อข้อมูลจากคุณสมบัติ กลั่นเกลา ศิษย์หลวงพ่อวัดเขากลิ้ง


[attachment=6051]
ภาพคณะสงฆ์แก่งกระจานในนามของสภาครูสอนพระปริยัติธรรมอำเภอแก่งกระจานออกเยี่ยมวัดในวันจันทร์ที่ ๒๔ กันยายา พุทธศักราช ๒๕๕๕ โดยการนำของพระครูปัญญาวัชราธร ประธานสภาครูฯ เจ้าคณะอำเภอแก่งกระจาน ไปเยี่ยมวัดเขากลิ้งสนทนากับพระครูถาวรวิริยคุณ ในภาพมีพระครูปัญญาวัชราธร เจ้าคณะอำเภอแก่งกระจาน พระครูอุปถัมภ์วัชรกิจ เจ้าคณะตำบลกิตติมศักดิ์ วัดแก่งกระจาน (ด้านหลังพระครูอนุวงค์) พระครูอนุวงค์วัชรกิจ เจ้าคณะตำบลแก่งกระจาน วัดถ้ำเสือ พระครูวิจักษวัชรธรรม เจ้าคณะตำบลวังจันต์ วัดห้วยกวางจริง และพระอาจารย์วาริน จกฺกรตโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดแก่งกระจาน(ด้านหน้าสุด)





เวอร์ชันเต็ม: [-- ประวัติพระครูถาวรวิริยคุณ (หลวงพ่อคง ฐิตวิริโย) --] [-- top --]


Powered by phpwind v8.7 Code ©2003-2011 phpwind
Time 0.082258 second(s),query:1 Gzip enabled