ตั้งกระทู้ ตอบ
กลับไปยังรายการ
  • 3067เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

ผู้ไม่มีกตัญญูไม่ควรคบ [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์ kung

UIDผู้ใช้ลำดับที่ 52

เพศ : ไม่ระบุเพศ

 โพสต์ : 30

 สำคัญ : 0

 เงิน : 30 (บาท)
 ความดี : 29 (แต้ม)
 เครดิต : 30 (แต้ม) [เติม]
 จิตพิสัย: 1 (แต้ม)
เฉพาะโพสต์แรก ลำดับปกติ เครื่องมือ ลิงก์โพสนี้   โพสต์เมื่อ: 2011-03-30 16:23:57: 2011-03-30 จำนวนผู้เข้าชม: 3067 ท่าน


พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร ทรงปรารภ ความอกตัญญูของพระเทวทัต จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่บัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน พระเทวทัตก็เป็นคนอกตัญญูเหมือนกัน แล้วทรงนำ เรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นนกหัวขวานอยู่ในหิมวันตประเทศ ครั้งนั้นราชสีห์ตัวหนึ่งกินเนื้อ กระดูกติดคอจนคอบวม ไม่สามารถจับเหยื่อกินได้ เกิดทุกขเวทนายิ่งนัก ลำดับนั้น นกหัวขวานนั้นเที่ยวขวนขวายหาเหยื่อ เห็นราชสีห์นั้นจึงจับที่กิ่งไม้ถามว่า สหาย ท่านเป็นทุกข์เพราะอะไร ? ราชสีห์นั้นจึงบอกเนื้อความนั้น นกนั้นกล่าวว่า สหาย เราจะนำกระดูกนั้นออกให้แก่ท่าน แต่เราไม่อาจเข้าไปในปากของท่าน เพราะกลัวว่าท่านจะกินเรา
ราชสีห์กล่าวว่า ท่านอย่ากลัวเลย สหาย เราจะไม่กินท่าน ท่านจงให้ชีวิตเราเถิด
นกนั้น รับคำว่าดีละ แล้วให้ราชสีห์นั้นนอนตะแคง แล้วคิดว่า ใครจะรู้ว่าอะไรจักมีแก่เรา จึงวางท่อนไม้ค้ำไว้ริมฝีปากทั้งข้างล่างและข้างบนของราชสีห์นั้นโดยที่มันไม่สามารถหุบปากได้ แล้วเข้าไปในปาก เอาจงอย ปากเคาะปลายกระดูก กระดูกก็เคลื่อนตกไป ครั้นทำให้กระดูกตกไปแล้ว เมื่อจะออกจากปากราชสีห์จึงเอาจงอยปากเคาะท่อนไม้ให้ตกลงไป แล้วบินออกไปจับที่ปลายกิ่งไม้ ราชสีห์จึงหายจากทุกขเวทนานั้น
วันหนึ่ง ราชสีห์นั้นฆ่ากระบือป่าได้ตัวหนึ่งแล้วกำลังกินเหยื่ออยู่ นกคิดว่าเราจักทดลองราชสีห์นั้นดู จึงจับที่กิ่งไม้ ณ ส่วนเบื้องบนราชสีห์นั้น เมื่อจะเจรจากับราชสีห์นั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :
[๕๓๐] ข้าแต่พระยาเนื้อ ขอนอบน้อมแด่ท่าน ข้าพเจ้าได้ทำกิจอย่างหนึ่งแก่
ท่าน ตามกำลังของข้าพเจ้าที่มีอยู่ ข้าพเจ้าจะได้อะไรตอบแทนบ้าง?
ราชสีห์ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :
[๕๓๑] การที่ท่านเข้าไปอยู่ในระหว่างฟันของเรา ผู้มีเลือดเป็นภักษาหาร ผู้ทำ
กรรมอันหยาบช้าอยู่เป็นนิตย์ ท่านยังเป็นอยู่ได้ นั่นก็เป็นคุณมากอยู่แล้ว
นกได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถานอกนี้ว่า :
[๕๓๒] น่าติเตียนคนที่ไม่รู้คุณที่เขาทำแล้ว ผู้ไม่ทำคุณให้ใคร และผู้ที่ไม่ทำ
ตอบแทนคุณที่เขาทำก่อน ความกตัญญูไม่มีในคนใด การคบคนนั้น
ย่อมไร้ประโยชน์
[๕๓๓] บุคคลไม่ได้มิตรธรรมด้วยอุปการคุณที่ตนประพฤติต่อหน้าในผู้ใด ผู้นั้น
บัณฑิตไม่ต้องริษยา ไม่ต้องด่าว่า พึงค่อยๆ หลีกออกห่างจากผู้นั้นไปเสีย
ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว นกนั้นก็บินหลีกไป
พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า ราชสีห์ในครั้งนั้น ได้เป็นพระเทวทัต ส่วนนกในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล
จบ ชวสกุณชาดก
ให้คะแนนโพสต์ตามความรู้สึกคุณ

สุดยอด

เศร้า

น่าตลก

แฮปปี้

โกรธ

เบื่อ

ผวา
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของผู้ถูกให้:
ตั้งกระทู้ ตอบ
กลับไปยังรายการ
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด255 ตัวอักษร
ขี้เกียจตอบหรือเปล่า ใช้ตรงนี้สิ!!
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้
 
ถอยกลับ ถัดไป